บทที่ 2 ลงโทษตามกฎสำนัก
การทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วผลัดตกน้ำ โดยการแสร้งทำเป็นว่าเดินหกล้มเข้าไปชน ทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วตกน้ำก่อนที่จะได้เข้าไปพบเจ้าสำนักวารีหยก ซึ่งบริเวณที่นางเลือกและได้วางแผนคือสะพานข้ามสระบัวลึกเป็นทางที่จะเดินข้ามไปจวนเจ้าสำนัก และหญิงสาวได้ใช้น้ำมันที่นางหาได้ใกล้ตัวแอบเทไว้อยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าอุบัติเหตุที่นางตั้งใจเตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในจังหวะที่แม่นางฮุ่ยซิ่วจะตกและหงายหลัง มือไปกลับเกี่ยวกับสร้อยคอที่หญิงสาวสวมใส่ ทำให้นางพลัดตกไปด้วยอีกคน แม่นางฮุ่ยซิ่วว่ายน้ำเป็นจึงทำให้รอดมาได้และไม่เป็นอะไรมาก แต่แม่นางซูเชี่ยวในร่างเก่ากลับว่ายน้ำไม่เป็น ทั้งที่เป็นศิษย์ของสำนักวารีหยก ที่มีพลังภายในคือน้ำ
แต่เหตุผลนี้ทุกคนรวมถึงนางรู้ดีเพราะนางมีพลังภายในระดับต่ำมาก จนไม่สามารถที่จะฝึกฝนในการใช้พลังได้เลย ทำให้ซูเชี่ยวในร่างเก่าสลบไปถึง 3 วันเต็มๆ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ลี่จูเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ผ่านไปประมาณ 4 เค่อทุกคนก็ทานอาหารจนเสร็จและเริ่มที่จะทยอยลุกออกไป
“ทุกคนที่ทานอาหารเสร็จแล้วให้แยกย้ายไปฝึกและเรียนตามปกติ ส่วนซูเชี่ยวไปพบข้าที่ห้องผดุงคุณธรรม”
เสียงเข้มกล่าวออกมา และมองมาทางซูเชี่ยว เป็นเสียงของรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น หนุ่มวัยกลางคนอายุ 38 ปี หน้าตาดูสุขุมนิสัยเจ้าระเบียบและใจดีมีเมตตา ทำหน้าที่เป็นทั้งมือขวาหรือผู้ช่วยคนสนิทลี่หยางและเป็นรองเจ้าสำนัก
“เจ้าค่ะท่านรองเจ้าสำนัก”
ซูเชี่ยวตอบออกไปเสียงเรียบและย่อกายเล็กน้อย จากนั้นเดินไปรอที่ห้องผดุงคุณธรรม
หญิงสาวเดินหาตำหนักผดุงคุณธรรมมา 1 เค่อแล้ว แต่กลับไม่พบจึงได้หยุดถามบ่าวชายที่กำลังกวาดใบไม้อยู่
“ขอโทษ เอ้ย! ขออภัยเจ้าค่ะตำหนักผดุงคุณธรรมไปทางไหนหรือเจ้าคะ”
ซูเชี่ยวถามออกไปเมื่อหมดความพยายามในการหา แต่ขณะที่นางได้เห็นหน้าตาของบ่าวรับใช้ชายตรงหน้า นางกลับคุ้นหน้าเขาเป็นอย่างมากแต่นึกไม่ออกว่าเจอกันที่ไหน
“อะไรนางหนูอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว ไยถึงไม่รู้”
บ่าวรับใช้ชายตรงหน้ากล่าวออกมาอย่างรำคาญ เขาอายุราวๆ ประมาณ40 ปีและใช้นิ้วชี้ไปประตูทางฝั่งขวามือ
“เดินไปทางประตูนั้น แล้วเลี้ยวขวาอีกที”
เขาพูดเสร็จและก้มหน้าลงกวาดใบไม้ต่อ อย่างไม่สนใจ
“เอ่อ ท่านหน้าตาคุ้นมาก ไม่ทราบท่านกับข้าเคยเจอกันหรือไม่เจ้าคะ”
ซูเชี่ยวถามออกไปอย่างสงสัย แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา กลับโดนกวาดเศษใบไม้ใส่นี่เป็นการกระทำที่หญิงสาวรู้ได้ดีว่าคือการไล่นาง ซูเชี่ยวจึงเดินออกมาตามทางที่บ่าวรับใช้เมื่อสักครู่บอก หลังจากที่ซูเชี่ยวหญิงสาวตรงหน้าเดินออกไป บ่าวรับใช้ชายเงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อยไปทางแผ่นหลังที่กำลังเดินออกไป โดยที่ซูเชี่ยวเองก็ไม่ทันได้สังเกต
.
ณ ตำหนักผดุงคุณธรรม
ซูเชี่ยวเดินมาหยุดที่ตรงหน้าตำหนักมองสำรวจไปทั่วบริเวณ เป็นตำหนักที่ดูหรูหราและสวยงาม บนประตูทางเข้าติดป้ายไว้ว่าตำหนักผดุงคุณธรรม ด้านหน้ามีรูปปั้นสิงโตที่มีปีก 2 ตัวอยู่ด้านหน้า 2ข้างบันไดทางเดินเข้าตำหนัก บริเวณข้างๆ ด้านหน้ามีต้นท้อขนาดใหญ่อายุราวๆ ร้อยปี 1 ต้น มีผลเต็มต้นไปหมด หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเท้าและเปิดประตูเข้าไปข้างใน บริเวณข้างในหรูหราไม่ต่างจากข้างนอก การตกแต่งเหมือนตำหนักในซีรี่ส์จีนที่หญิงสาวเคยเห็นในอินเทอร์เน็ต นางค่อยๆ เดินสำรวจเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งรอบๆ เพราะนี้นับเป็นของแปลกใหม่สำหรับนางที่ไม่เคยเห็นของจริงในโลกปัจจุบัน หากเผลอทำมันตกแตกสักชิ้นไม่รู้ต้องทำงานกี่ปีถึงจะชดใช้หมดกัน แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังออกมาจากหน้าประตู ซูเชี่ยวมองไปตามทิศทางเสียงที่นางได้ยิน เห็นรองเจ้าสำนักเฟยซิ่นตามด้วยผู้ช่วยข้างกาย 2 คน และศิษย์ในสำนักอีก3คน เป็นหญิง1 คน และชาย2 คน เดินตามหลังเข้ามา
“คารวะรองเจ้าสำนัก”
หญิงสาวพูดออกไปเสียงเรียบและทำท่าคารวะ รองเจ้าสำนักเฟยซิ่นเพียงยิ้มและพยักหน้า จากนั้นเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตำแหน่งหน้าห้อง โดยมีผู้ช่วย 2 คนยืนอยู่ที่ข้างๆ ตอนนี้ซูเชี่ยวยืนอยู่ตรงกลางห้องโถงด้านซ้าย และมีศิษย์ร่วมสำนัก 3คนยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อาการป่วยหายหรือยัง” เฟยซิ่นกล่าวออกมาทันทีที่นั่งลง
“ขอบคุณรองเจ้าสำนักที่เป็นห่วง ข้าหายเป็นปกติแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบออกไปเสียงเรียบด้วยความนอบน้อม
“หายแล้วก็ดี เอาล่ะที่ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ เจ้าคงจะรู้แล้วว่าเรียกมาด้วยเรื่องอันใด”
เฟยซิ่นยังถามออกมาเสียงนุ่มอย่างผู้ใหญ่ที่ดูอบอุ่น โอนโยนและมีความยุติธรรม
“เจ้าค่ะ”
ซูเชี่ยวกล่าวออกไปเสียงเรียบ นางรู้ว่าที่เรียกมาที่นี่วันนี้เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ7 วันก่อนเป็นแน่ เพราะกว่านางจะฟื้นและหายจากอาการป่วยก็เลยมาเป็นเวลา 7 วันแล้ว เฟยซิ่นพยักหน้าแล้วให้ผู้ช่วย1 คน หยิบหนังสือไม้ไผ่ที่คนที่นี่นิยมนำมาใช้เขียนเเทน กระดาษกางออกและอ่านความผิดออกมา
“ซูเชี่ยว มีใจคิดร้ายวางแผนทำร้ายแม่นางฮุ่ยซิ่ว คุณหนูรองของสำนักพฤกษชาติทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ 3 คนเห็นว่าซูเชี่ยวได้ใช้น้ำมันราดบริเวณสะพานทางเดินก่อนที่แม่นางฮุ่ยซิวจะเกิดอุบัติเหตุ ลงโทษตามกฎสำนักโบย 20 ไม้และส่งกลับตระกูล”
เสียงของผู้ช่วยเฟยซิ่นอ่านจบเสียงดังฟังชัดและปิดไว้เหมือนเดิม
“ทั้งหลักฐานและพยานครบ เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่”
ยังเป็นเสียงของเฟยซิ่นที่ถามออกมาและมองมาทางซูเชี่ยว
